นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ซอฟท์นิกซ์ เทคโนโลยี จำกัด
บริษัท ซอฟท์นิกซ์ เทคโนโลยี จำกัด ("บริษัท") ขอแนะนำให้ท่านทำความเข้าใจนโยบายส่วนบุคคล (Privacy Policy) นี้ เนื่องจากนโยบายนี้อธิบายถึงวิธีการที่บริษัทปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น การเก็บรวบรวม การจัดเก็บรักษา การใช้ การเปิดเผย รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของท่าน เป็นต้น เพื่อให้ท่านได้รับทราบถึงนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท บริษัทจึงประกาศนโยบายส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
1. ข้อมูลส่วนบุคคล
"ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของท่าน หรืออาจจะระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัด
การจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำโดยมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต และใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การให้บริการ หรือบริการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น บริษัทจะแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดการเก็บรวบรวมให้เจ้าของข้อมูลทราบตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ("พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล") และจะขอความยินยอมเฉพาะกรณีที่ต้องอาศัยความยินยอมเป็นฐานทางกฎหมาย ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นที่บริษัทกำหนด ในกรณีที่อาศัยความยินยอม ท่านสามารถถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา โดยไม่กระทบต่อการประมวลผลที่ได้ดำเนินการไปแล้วก่อนการถอนความยินยอม
บริษัทไม่มีความประสงค์จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (เช่น เชื้อชาติ ความเชื่อทางศาสนาหรือปรัชญา ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ หรือข้อมูลชีวภาพ) เว้นแต่มีความจำเป็น ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรืออาศัยฐานทางกฎหมายอื่นที่มาตรา 26 อนุญาต สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป บริษัทอาจเก็บรวบรวมโดยไม่ต้องขอความยินยอมในกรณีที่มาตรา 24 อนุญาต รวมถึงกรณีดังต่อไปนี้
- 2.1. เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท (มาตรา 24 (6) แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายบัญชีและภาษีอากร ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายวิธีพิจารณาความ เป็นต้น
- 2.2. เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำร้องขอโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานที่มีอำนาจ พนักงานสอบสวน หรือศาล เท่าที่กฎหมายกำหนด
- 2.3. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการใช้อำนาจรัฐที่บริษัทได้รับมอบหมาย ในกรณีที่เกี่ยวข้อง (มาตรา 24 (4))
- 2.4. เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (มาตรา 24 (5))
- 2.5. เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (มาตรา 24 (2))
- 2.6. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (มาตรา 24 (3))
- 2.7. เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม (มาตรา 24 (1))
3. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและคุณภาพของข้อมูล
3.1. บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจึงกำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต ทั้งนี้เป็นไปตามที่กำหนดในนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของบริษัท
3.2. ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้รับมา เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ ตำแหน่งงาน ชื่อหน่วยงานหรือบริษัท เป็นต้น ซึ่งสามารถบ่งบอกตัวบุคคลของท่านได้ และเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน จะถูกนำไปใช้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของบริษัทเท่านั้น และบริษัทจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
4. วัตถุประสงค์ในการรวบรวม จัดเก็บ ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทรวบรวม จัดเก็บ และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้บริการ สนับสนุน และปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อบริหารความสัมพันธ์และสัญญากับลูกค้าและคู่ค้า เพื่อตอบข้อสอบถามและคำขอรับการสนับสนุน เพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและป้องกันการทุจริต เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับกับบริษัท และเพื่อการตลาด การวิจัยตลาด และกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยจะขอความยินยอมจากท่านในกรณีที่กฎหมายกำหนด บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ข้างต้นให้แก่ผู้ประมวลผลข้อมูล บริษัทในเครือ ผู้จัดจำหน่ายและพันธมิตร ที่ปรึกษาวิชาชีพ และผู้ให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้ง ภายใต้ข้อตกลงที่เหมาะสม ในกรณีที่มีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ บริษัทจะปฏิบัติตามมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลไว้เท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์เหล่านั้นหรือตามที่กฎหมายกำหนด หากมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบและขอความยินยอมในกรณีที่กฎหมายกำหนด
5. ข้อจำกัดในการใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
5.1. บริษัทจะใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามความยินยอมของท่านโดยจะต้องเป็นการใช้ตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม จัดเก็บ ข้อมูลของบริษัทเท่านั้น บริษัทจะกำกับดูแลพนักงาน เจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของบริษัทมิให้ใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหรือเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่
- 5.1.1. เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท (มาตรา 24 (6) แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายบัญชีและภาษีอากร ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายวิธีพิจารณาความ เป็นต้น
- 5.1.2. เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำร้องขอโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานที่มีอำนาจ พนักงานสอบสวน หรือศาล เท่าที่กฎหมายกำหนด
- 5.1.3. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการใช้อำนาจรัฐที่บริษัทได้รับมอบหมาย ในกรณีที่เกี่ยวข้อง (มาตรา 24 (4))
- 5.1.4. เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (มาตรา 24 (5))
- 5.1.5. เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (มาตรา 24 (2))
- 5.1.6. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (มาตรา 24 (3))
- 5.1.7. เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม (มาตรา 24 (1))
5.2. บริษัทอาจใช้บริการสารสนเทศของผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเพื่อให้ดำเนินการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งผู้ให้บริการนั้นจะต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย โดยห้ามดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากที่บริษัทกำหนด
6. นโยบายคุกกี้
เมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ของ Softnix (เช่น softnix.co.th) หรือใช้บริการของเรา อาจมีการจัดเก็บคุกกี้ลงในอุปกรณ์ของคุณ คุกกี้ที่จำเป็นอย่างยิ่งใช้เพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ ส่วนคุกกี้ที่ไม่จำเป็น (เช่น คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์หรือการโฆษณา) จะใช้เมื่อได้รับความยินยอมจากคุณในกรณีที่กฎหมายกำหนด
คุกกี้คืออะไร
คุกกี้คือไฟล์ขนาดเล็ก โดยปกติจะเป็นไฟล์ตัวอักษรและตัวเลขที่ดาวน์โหลดมาไว้ที่อุปกรณ์เมื่อผู้ใช้เข้าถึงเว็บไซต์บางเว็บไซต์ หลังจากนั้น คุกกี้จะถูกส่งกลับไปที่เว็บไซต์ต้นทางในแต่ละครั้งที่กลับเข้ามาดูที่ไซต์ดังกล่าว คุกกี้มีประโยชน์เพราะคุกกี้จะอนุญาตให้เว็บไซต์จดจำเว็บเบราว์เซอร์หรืออุปกรณ์ของผู้ใช้
การปิดกั้นและการลบคุกกี้ออก
เบราว์เซอร์ของคุณจะช่วยให้คุณปิดกั้นหรือลบคุกกี้ที่คุณไม่ต้องการออกได้หากคุณต้องการทำเช่นนั้น โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเมนู "วิธีใช้" ในเบราว์เซอร์ของคุณ โปรดทราบว่า การปิดกั้นคุกกี้ที่จำเป็นอย่างยิ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของบางเว็บไซต์ รวมถึงเว็บไซต์ของเราเอง
การใช้คุกกี้ของเรา
คุกกี้บนเว็บไซต์ของเราอาจกำหนดขึ้นโดยเรา บุคคลที่สามที่ทำสัญญาร่วมกับเรา หรือบุคคลที่สามอิสระ เช่น บริษัทโฆษณา เว็บไซต์ของเราใช้ประโยชน์จากคุกกี้ทั้งแบบ "เซสชั่น" และ "แบบถาวร" คุกกี้ "เซสชั่น" จดจำข้อมูลจากหน้าหนึ่งไปยังหน้าหนึ่งเพื่อคัดกรองการค้นหาและทำการค้นหาให้แล้วเสร็จก่อนคุกกี้นั้นจะถูกลบออกจากเครื่องเมื่อคุณยุติเซสชั่น คุกกี้ "แบบถาวร" จะช่วยให้เว็บไซต์ของเราจดจำคุณเมื่อคุณกลับมาที่เว็บไซต์ของเราอีก คุกกี้นี้จะยังคงอยู่บนคอมพิวเตอร์ของคุณจนกว่าคุณจะลบออก หรือจนกว่าจะหมดอายุตามวันที่ที่กำหนด
ข้อมูลด้านล่างแสดงคุกกี้ประเภทต่าง ๆ ที่เราใช้ เหตุผลที่เรา (หรือบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้อง) ใช้คุกกี้ และข้อมูลที่คุณสามารถนำมาใช้เพื่อควบคุมและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้ที่ใช้บนไซต์ของเรา
- ก) คุกกี้ที่ช่วยในการจัดบริการที่ผู้ใช้ต้องการ (ยกตัวอย่างเช่น การโชว์ข้อมูลที่คุณมีแนวโน้มที่จะชอบที่สุด)
- ข) คุกกี้ที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาการทำงานของเว็บไซต์ โดยรวบรวมข้อมูลจากหัวข้ออันหลากหลาย อาทิ การเข้าเว็บไซต์ของผู้ใช้ (หรือหน้าใดของเว็บไซต์ที่ถูกอ่านมากที่สุด) โดยเรียกว่า คุกกี้จัดเก็บข้อมูล
- ค) คุกกี้ประเภทจดจำตัวเลือกของท่านเมื่อเข้าสู่เว็บไซต์ อาทิ สถานะสมาชิกของท่าน หรือการเป็นผู้เข้าเยี่ยมชมใหม่ เป็นต้น
- ง) คุกกี้ที่จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการเชื่อมต่อเว็บไซต์ของท่าน โดยเรียกว่า คุกกี้เจาะจงกลุ่มเป้าหมายและการโฆษณา โดยใช้เจาะจงกลุ่มเป้าหมายด้วยแบนเนอร์โฆษณาที่ผู้สร้างคิดว่าเป็นที่สนใจของผู้ใช้เว็บไซต์โดยวัดจากบันทึกการเบราว์ซิ่งจากคุกกี้ดังกล่าวและแบ่งปันข้อมูลร่วมกับกลุ่มบุคคลที่สาม อาทิ ผู้โฆษณา เป็นต้น
7. สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
7.1. ท่านมีสิทธิตามที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด (รวมถึงมาตรา 30 ถึงมาตรา 36) ได้แก่ สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูล สิทธิขอรับหรือให้ส่งโอนข้อมูล สิทธิคัดค้าน สิทธิขอให้ลบหรือทำลาย สิทธิขอให้ระงับการใช้ และสิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล รวมถึงสิทธิถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา ท่านสามารถใช้สิทธิได้โดยติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 9 หรือติดต่อบริษัทตามช่องทางในข้อ 10 ทั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธคำขอของท่านได้ตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามคำสั่งศาล
7.2. ท่านสามารถขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ และทำให้ข้อมูลของท่านเป็นปัจจุบันได้
7.3. ท่านสามารถขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัทต้องเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) หากเห็นว่าบริษัทไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
8. การเปิดเผยเกี่ยวกับการดำเนินการ แนวปฏิบัติ และนโยบายที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทมีนโยบายปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมาย หรือเป็นไปตามคำสั่งศาล
9. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทได้มีการดำเนินการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) เพื่อตรวจสอบการดำเนินการของบริษัทที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำระเบียบ คำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่กำหนดไว้ เพื่อให้การดำเนินงานตามแนวนโยบายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ของบริษัทได้ทางอีเมล dpo@softnix.co.th หรือผ่านระบบแจ้งปัญหา (Support Ticket) ที่ https://ticket.softnix.co.th
10. ช่องทางการติดต่อบริษัท
ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท ซอฟท์นิกซ์ เทคโนโลยี จำกัด สำนักงานใหญ่ 731 อาคารพีเอ็มทาวเวอร์ ชั้น 12 ถ.อโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. 10400
- โทรศัพท์: 02-245-4942-43
- อีเมล์: info@softnix.co.th
- เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO): dpo@softnix.co.th
แก้ไขล่าสุด: พฤษภาคม 2563
© 2026 บริษัท ซอฟท์นิกซ์ เทคโนโลยี จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ
